ประกันกลุ่มคืออะไร? ประกันกลุ่มคุ้มครองอะไรบ้าง?

Last updated: 2021-09-19  |  15185 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประกันกลุ่มคืออะไร? ประกันกลุ่มคุ้มครองอะไรบ้าง?

   การประกันภัยแบบกลุ่ม เป็นการรับประกันภัยบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวซึ่งการประกันภัยแบบกลุ่มนั้นมีทั้งประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิตกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม เป็นต้น มีนายจ้างเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย และมีลูกจ้างเป็นผู้เอาประกันภัย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง โดยบริษัทประกันภัยจะออกกรมธรรม์ประกันภัยเพียงฉบับเดียวให้กับนายจ้าง เรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัยหลัก” ส่วนลูกจ้างจะได้รับเอกสารที่เรียกว่า “ใบรับรองการเอาประกันภัย หรือบัตรประกันสุขภาพ” ไว้เป็นหลักฐานในการเอาประกันภัยหรือใช้สิทธิรักษาพยาบาล สำหรับการเอาประกันภัยกลุ่มที่นายจ้างสามารถทำให้กับลูกจ้างได้นั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน
   ข้อดีของการทำประกันภัยกลุ่ม คือมีอัตราเบี้ยประกันภัยต่ำในขณะที่ให้ความคุ้มครองสูง นำมาเป็น สวัสดิการพนักงาน หักเป็นค่าใช้จ่ายขององค์กรได้ จึงเป็นที่นิยมในหมู่นายจ้างและองค์กรที่มีคุณภาพจำนวนมาก

ประโยชน์ที่นายจ้างจะได้รับจากการทำประกันภัยแบบกลุ่ม

  1. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจากการมอบสวัสดิการที่ดีให้แก่พนักงาน แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และการให้ความสำคัญกับลูกจ้าง อีกทั้ง เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
  2. สามารถเลือกแผนประกันภัยกลุ่มให้กับลูกจ้างได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิตกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม หรือประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม
  3. ต้นทุนต่ำ ประกันภัยกลุ่มมีต้นทุนต่ำ แต่ลูกจ้างได้รับผลประโยชน์สูงเมื่อเทียบกับการทำประกันภัยรายบุคคล และช่วยลดการเรียกร้องเงินช่วยเหลือ เมื่อลูกจ้างเสียชีวิต เจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ
  4. ช่วยวางแผนการเงิน โดยองค์กรหรือนายจ้างสามารถวางแผนทางการเงินได้ล่วงหน้า เพราะการทำประกันภัยกลุ่มจะมีอัตราเบี้ยประกันภัยที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิตกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม หรือประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่มก็ตาม ทำให้คาดการณ์ได้ว่าแต่ละปีต้องเสียต้นทุนในส่วนนี้เท่าไร
  5. สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เนื่องจาก สามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ก่อนการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัท

ประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจากการมีประกันภัยแบบกลุ่ม

  1. สร้างหลักประกันการได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย ทำให้รู้สึกว่ามีหลักประกันที่มั่นคง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น
  2. จะได้รับความคุ้มครองจากแผนประกันภัยที่นายจ้างเลือกให้ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิตกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม หรือประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม
  3. ลดภาระค่าใช้จ่าย กรณีที่บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ประกันสุขภาพกลุ่ม หรือแผนประกันอื่นๆ ที่ให้ความคุ้มครองกรณีที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ทำให้ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีบริษัทประกันภัยเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
  4. คุณภาพชีวิตดีขึ้น หากต้องออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเอง หลายคนอาจเลือกรอให้หายป่วยเองมากกว่าหาหมอเพื่อรักษาให้หาย แต่การทำประกันภัยจะช่วยให้ลูกจ้างเข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ ก่อนอาการเจ็บป่วยจะรุนแรงขึ้น รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคร้ายแรง
  5. ครอบครัวอุ่นใจ กรณีลูกจ้างเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ครอบครัวจะได้รับเงินชดเชย ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ติดต่อพนักงาน

  http://Line.me/ti/p/~0813076472

ความคุ้มครองของประกันกลุ่มมีอะไรบ้าง?

1.การประกันชีวิตกลุ่ม
   ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปี มอบความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วโลก ทุกสถานที่ทั้งในเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน เมื่อผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยบริษัทฯ จะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่กำหนดไว้ในตารางผลประโยชน์การประกันภัย ให้กับผู้รับประโยชน์

ตัวอย่างข้อยกเว้นความคุ้มครองสำหรับการประกันชีวิตกลุ่ม

   ผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตาย (กระทำอัตวินิบาตกรรม) ด้วยใจสมัครภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เข้าร่วมการประกันภัย ผู้เอาประกันภัยถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา

2.การประกันอุบัติเหตุกลุ่ม
   ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปี มอบความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะและสายตาเนื่องจากอุบัติเหตุ ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บที่ได้รับทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องรักษาตัวติดต่อกันในฐานะผู้ป่วยในของโรงพยาบาลและเสียชีวิต เพราะการบาดเจ็บนั้นเมื่อใดก็ดี บริษัทฯ จะจ่ายผลประโยชน์ ตามตารางรายการทดแทนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตกลุ่ม

ตัวอย่างข้อยกเว้นความคุ้มครองสำหรับการประกันอุบัติเหตุกลุ่ม

   การฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายร่างกายตนเอง หรือพยายามกระทำเช่นว่านั้น ในขณะที่รู้สึกผิดชอบ หรือวิกลจริตหรือไม่ก็ตาม สงคราม อาวุธนิวเคลียร์ ภัยจลาจล ภัยก่อการร้าย การฆ่าตัวตาย การทะเลาะวิวาท ขณะเมาสุรา โรคเรื้อรังที่เป็นมาก่อนการทำประกัน อาทิเช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ ภูมิแพ้ การเสริมความงาม การตรวจสุขภาพ ทันตกรรม คลอดบุตร ภาวะมีบุตรยาก โรคเอดส์ โรคทางเพศสัมพันธ์ จิตเวช สภาวะทางจิตใจ โรคติดสุรา/ยาเสพติด

3.การประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม

   ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปี มอบความคุ้มครองกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ที่เป็นอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 180 วัน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเจ็บป่วยที่ได้รับเชื้อโรคหรือเกิดการผิดปกติภายในร่างกาย หรือการบาดเจ็บทางร่างกายอันเป็นผลโดยตรงจากอุบัติเหตุ รวมทั้งการสูญเสียมือ เท้า สายตา อย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน 2 ข้าง บริษัทฯ จะจ่ายเงินทดแทนให้ครั้งเดียว 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

ตัวอย่างข้อยกเว้นความคุ้มครองสำหรับการประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม

   ขณะที่ผู้เอาประกันภัยกำลังขึ้นหรือกำลังลง หรือ เป็นผู้ขับขี่ หรือ ขณะโดยสารอยู่ในอากาศยานที่ไม่ได้จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสาร และไม่ได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์ การทำร้ายร่างกายตนเอง หรือ พยายามกระทำเช่นว่านั้นในขณะที่รู้สึกผิดชอบ หรือวิกลจริต หรือไม่ก็ตาม สงคราม อาวุธนิวเคลียร์ ภัยจลาจล ภัยก่อการร้าย การฆ่าตัวตาย การทะเลาะวิวาท ขณะเมาสุรา

4.การประกันสุขภาพกลุ่มแบบผู้ป่วยใน

   ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปี มอบความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันภัย จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา จากการบาดเจ็บ หรือ เจ็บป่วย ตามความจำเป็นทางการแพทย์ในฐานะผู้ป่วยในของโรงพยาบาล และ เข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

5.การประกันสุขภาพกลุ่มแบบผู้ป่วยนอก

   ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปี มอบความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยบาดเจ็บ หรือ เจ็บป่วยจนเป็นเหตุให้ต้องเข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลหรือคลินิก บริษัทฯ จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สำหรับ การตรวจรักษาไม่เกิน 1 ครั้งต่อวันตามจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจ่ายจริง แต่ทั้งนี้ไม่เกินจำนวนเงินผลประโยชน์ต่อครั้งตามที่ระบุไว้ในตารางผลประโยชน์และไม่เกิน 30 ครั้งต่อปี

ตัวอย่างข้อยกเว้นความคุ้มครองสำหรับการประกันสุขภาพกลุ่ม

   ค่าดูแลโดยพยาบาลพิเศษ การตรวจสุขภาพทั่วไป การพักฟื้น การรักษาอาการอ่อนเพลีย หรือการรักษา โดยวิธีให้พักอยู่เฉยๆ การให้บริการอำนวยความสะดวกที่มิใช่เป็นการรักษาอาการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย เช่น การใช้โทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ และอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน การเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งผู้เอาประกันภัยได้รับการรักษาการวินิจฉัยโรค การปรึกษา หรือจ่ายยาให้ในระหว่างเวลา 90 วัน ก่อนวันที่สัญญาเพิ่มเติมนี้เริ่มมีผลบังคับ เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยผู้นั้นได้เอาประกันภัยไว้ตามสัญญาเพิ่มเติมนี้ เป็นเวลา 12 เดือนติดต่อกัน
   การตรวจรักษาภาวะที่เป็นมาแต่กำเนิด หรือปัญหาด้านพัฒนาการ อาทิ การเจริญเติบโตช้า น้ำหนักน้อย ภาวะเตี้ย การพัฒนาทางสมองช้า รวมถึงภาวะฮอร์โมนผิดปกติที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางด้านสมอง หรือโรคทางพันธุกรรม
   การตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง การคลอดบุตร ภาวะแทรกซ้อนก่อนและหลังคลอด การแก้ไขปัญหาการมีบุตรยาก (รวมถึงการสืบวิเคราะห์และการรักษา) การทำหมัน หรือคุมกำเนิด
   การตรวจสุขภาพทั่วไป การร้องขอเข้าอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลเวชกรรม หรือร้องขอการผ่าตัด การพักฟื้น หรือการพักเพื่อการฟื้นฟูหรือการรักษาโดยวิธีการให้พักอยู่เฉยๆ การตรวจวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเข้ารักษาในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลเวชกรรมหรือคลินิก การตรวจวินิจฉัยความบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย การรักษาหรือตรวจวิเคราะห์เพื่อสาเหตุซึ่งมิใช่ความจำเป็นทางการแพทย์ หรือไม่เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ และค่าบริการเฝ้าไข้พิเศษ
   การตรวจรักษาหรือการผ่าตัด เกี่ยวกับฟัน หรือเหงือก การทำฟันปลอม การครอบฟัน การรักษารากฟัน อุดฟัน การจัดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน การใส่รากฟันเทียม ยกเว้นในกรณีจำเป็นอันเนื่องจากการบาดเจ็บโดยอุบัติเหตุ ทั้งนี้ไม่รวมค่าฟันปลอมและการครอบฟันและการรักษารากฟันหรือใส่รากฟัน

6.การประกันสุขภาพกลุ่มแบบทันตกรรม

   ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 1 ปี มอบความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยรักษาทันตกรรม วงเงินการรักษาสูงสุดต่อปีกรมธรรม์ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย คุ้มครองการตรวจฟัน เอ็กซเรย์ฟันและตรวจทางห้องทดลองปฏิบัติบัติการ อุดฟัน ถอนฟัน (รวมผ่าฟันคุด) ขูดหินปูน รักษาโรคเหงือกอักเสบ และรักษารากฟัน

ตัวอย่างข้อยกเว้นความคุ้มครองสำหรับการประกันทันตกรรม

   บริษัทจะไม่จ่ายผลประโยชน์ภายใต้บันทึกสลักหลัง (ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน) สำหรับค่าบริการ อุปกรณ์ หรือในเงื่อนไขอื่นๆ เช่น การร้องขอรักษาทางทันตกรรมใดๆ โดยมิได้มีการแนะนำโดยทันตแพทย์ รวมถึงการบริการทางทันตกรรมที่ไม่จำเป็นต่อการรักษา
   การตรวจมางทันตกรรมใดๆ ที่มีวัตตถุประสงค์เพื่อความสวยงาม อาทิ การฟอกสีฟัน การรักษาฟันห่าง การรักษาสีฟันที่ผิดปกติ การทำสะพานฟัน หรือ การครอบฟัน การเลี่ยมฟัน การดัดฟัน การจัดฟัน รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับฟันปลอม
   เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้กับฟัน อาทิ ลวดดัดฟัน เครื่องป้องกันฟันล้ม ฟันยาง รากฟันเทียม อุปกรณ์สำหรับป้องกันการกัดฟันในเวลานอนหลับ
   ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการปฏิบัติการใดๆ เกี่ยวกับฟัน ซึ่งมิได้ปรากฎอยู่ในตารางผลประโยชน์ เช่น การขัดฟัน การเคลือบฟัน หรือการเคลือบร่องฟัน หรือการเคลือบฟลูออไรด์

คุณสมบัติขององค์กรที่จะขอเอาประกันภัยกลุ่ม

  • ธุรกิจที่ประกอบด้วยจำนวนพนักงานประจำตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
  • เป็นองค์กร หรือหน่วยงานที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
  • องค์กรจะต้องมีสถานที่ประกอบการในประเทศไทยและพนักงานจะต้องปฏิบัติงาน ประจำในประเทศไทย
  • เป็นองค์กรที่ขอทำประกันภัยให้แก่ลูกจ้าง/ พนักงานในองค์กร
  • อายุ 15-60 ปี (เป็นไปตามเงื่อนไขแต่ละบริษัท)
  • เพิ่มเติมเงื่อนไขพิเศษต่าง ๆ ได้
  • ผลประโยชน์ความคุ้มครอง และเงื่อนไขการรับประกันภัย เป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน

การแบ่งประเภทธุรกิจ

  • ประเภทธุรกิจขั้น 1 คือ ลักษณะการประกอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงภัยในระดับต่ำ หรือลักษณะงานที่ประกอบอาชีพภายใน สำนักงาน งานด้านการบริหาร การจัดการ และรวมถึงลักษณะการทำงานฝีมือที่ไม่ใช้เครื่องจักร
  • ประเภทธุรกิจขั้น 2 คือ ลักษณะการประกอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงภัยในระดับปานกลาง หรือลักษณะงานที่ประกอบอาชีพภายนอกสำนักงานเป็นครั้งคราว งานด้านการขาย หรือลักษณะงานด้านอุตสาหกรรมขนาดเบา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาชีพเฉพาะหรือกึ่งอาชีพเฉพาะ
  • ประเภทธุรกิจขั้น 3 คือ ลักษณะการประกอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงภัยในระดับสูง หรือลักษณะงานที่ประกอบอาชีพภายนอกสำนักงานเป็นประจำหรือลักษณะงานด้านช่าง หรือกระบวนการผลิต
  • ประเภทธุรกิจที่มีความเสี่ยงภัยในระดับสูงเป็นพิเศษ ลักษณะการประกอบธุรกิจ ซึ่งไม่สามารถจัดเข้าประเภทธุรกิจขั้น 1 ขั้น 2 ขั้น 3 ได้ เช่น อุตสาหกรรมขนาดหนัก อุตสาหกรรมเหมืองแร่ กรรมกร การก่อสร้าง อาคารสูง สะพาน  เขื่อน อ่างเก็บน้ำ อุโมงค์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่เป็นอันตราย ธุรกิจเกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตราย พนักงานรักษาความปลอดภัย สายการบิน (นักบิน ลูกเรือ) อุตสาหกรรมเหล็ก ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด โรงโม่หิน อุตสาหกรรมเดินเรือต่อเรือ โรงกลึง รับซื้อขายของเก่า ทหาร ตำรวจ ดับเพลิง ธุรกิจที่พนักงานใช้รถจักรยานยนต์เกินร้อยละสิบ คนขับรถ (รถบรรทุกรถทัวร์ แทรกเตอร์ รถน้ำมัน รถเครน) เป็นต้น

ติดต่อพนักงาน

โทร : 085-541-4917

  http://Line.me/ti/p/~0813076472

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้